จิตบำบัด

จิตบำบัด ซาเทียร์ Satir

บริการให้คำปรึกษา – บำบัดรักษา การรักษาแบบจิตบำบัดต้องใช้สมาธิและให้เวลาในการทำความเข้าใจ เปิดเผยความรู้สึก ความในใจ และเปิดรับมุมมองใหม่ๆ  จึงต้องใช้เวลามากในการพบแพทย์แต่ละครั้ง

เพื่อความสะดวกในการรักษาและการให้คำปรึกษา เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนะคติ จิตบำบัด ครอบครัวบำบัด

ควรปรึกษาล่วงหน้า เพื่อทำการตกลงและนัดเวลาในการเข้าพบแพทย์

การมีสุขภาพจิตที่ดีถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และยั่งยืนสำหรับการใช้ชีวิต อย่างเป็นสุข ขอนแก่นการแพทย์คลินิกคืออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาและพัฒนาศักยภาพในตัวเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มาดูแลและรักษาสุขภาพจิตให้แข็งแรงสมบูรณ์ไปพร้อมกับเรา “การมีสุขภาพจิตดี ชีวีมีสุข”

พญ.สิริกุล ใจเกษมวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

  • จิตบำบัด
  • พฤติกรรมบำบัด
  • แก้ไขปมด้อยในอดีต
  • พัฒนาศักยภาพมนุษย์
  • ครอบครัวบำบัด
  • แก้ไขความกลัวสิ่งต่างๆ

 

satir

คำตอบเหล่านี้จะทำให้คุณมั่นใจ และปฏิบัติตัวได้อย่างปลอดภัย

  • ”จิตบำบัด

    จิตบำบัด คือ อะไร?

    เป็นกระบวนการที่ให้การช่วยเหลือบุคคลที่มีปัญหาด้านจิตอารมณ์ ซึ่งปัญหานั้นอาจจะอยู่ในรูปของอาการที่แสดงออกให้เห็นทางกาย หรือแสดงออกทางด้านอารมณ์และพฤติกรรม หรือแสดงออกทางด้านปฏิสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น การทำจิตบำบัดมีจุดมุ่งหมายเพื่อการเรียนรู้ใหม่ในด้านต่างๆ เช่นการมองปัญหา การเผชิญปัญหา การแก้ปัญหาด้านการอยู่ร่วมกัน โดยมีผู้ให้การบำบัด ( Therapist) และ/หรือ ผู้ช่วยให้การบำบัด ( Co-Therapist) ที่ได้รับการเรียนรู้และการฝึกหัดในด้านการทำจิตบำบัดจากสถาบันวิชาชีพที่มใการรับรองแล้ว เป็นผู้ดำเนินการให้การบำบัด โดยมีจุดมุ่งหมายสุดท้ายคือ ผู้มีปัญหามีการปรับเปลี่ยนความคิดความเชื่อ เจตคติ การรับรู้เหตุการณ์ และพฤติกรรม มีสุขภาพจิตดีขึ้น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงขึ้น อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุข

  • ”จิตบำบัดเชิงลึก”

    จิตบำบัดเชิงลึก Deep Psycho-therapy)

    จิตบำบัดระดับลึก (Genetic-dynamic Therapy / Deep Psycho-therapy)เป็นการทำจิตบำบัดในเชิงลึก เน้นการเปลี่ยนบุคลิกภาพระยะยาวในผู้ป่วยโดยการสืบค้นปัญหา ความคับข้องใจ ความวิตกกังวล ในจิตใต้สำนึก (preconscious) และจิตไร้สำนึก (unconscious) ของผู้ป่วยซึ่งกดเก็บไว้ การทำจิตบำบัดมี 2 แบบคือ

    1) จิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) ตามแนวคิดของซิกมันด์ ฟรอยด์ ซึ่งใช้วิธีการ

    – Free-association เน้นการปล่อยให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกอิสระสบาย และผ่อนคลาย เพื่อให้ผู้ป่วยเล่าเหตุการณ์ที่เป็นปัญหา และความทุกข์ออกมา

    – Dream interpretation เน้นการให้ผู้ป่วยเล่าความฝัน และผู้รักษาดีความจากความฝัน

    – Transference เน้นการโอนถ่ายความรู้สึกไปยังบุคคลอื่น

    2) จิตบำบัดแบบ Distributive-Synthesis ตามแนวคิดของ Adof Meyer วิธีการนี้ Adof Meyer เน้นวิธีการให้ผู้ป่วยเล่าประสบการณ์ในอดีต และผู้รักษาวิเคราะห์สถานการณ์ และสาเหตุ และร่วมกันหาทางแก้ไขต่อไป

  • ”จิตบำบัดระดับต้น

    จิตบำบัดระดับต้น (Superficial Psychotherapy) เน้นการบำบัดเบื้องต้น 3 ลักษณะ คือ

    – จิตบำบัดแบบประคับประคอง (Supportive psychotherapy) เน้นการพูดคุยและบำบัดช่วยเหลือประคับประคองเบื้องต้น

    – จิตบำบัดเน้นการระบายปัญหา (Superficial expressive psycho-therapy) เน้นการระบายปัญหา ความทุกข์ ความคับข้องใจ

    – จิตบำบัดเน้นการกดเก็บ (Suppressive psychotherapy) เน้นการให้ข้อเสนอแนะ เพื่อลดภาวะเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาที่ไม่ลึก

    ลักษณะของการทำจิตบำบัด ลักษณะของการทำจิตบำบัด แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ

    – จิตบำบัดรายบุคคล

    – จิตบำบัดกลุ่ม

  • ”จิตบำบัดรายบุคคล”

    จิตบำบัดรายบุคคล

    จิตบำบัดรายบุคคล (Individual Psychotherapy) ความหมาย จิตบำบัดรายบุคคล เป็นการรักษาทางจิตชนิดหนึ่ง ด้วยการที่ผู้บำบัดรักษาพูดคุยกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคล ผู้บำบัดรักษา วิเคราะห์สภาพปัญหา หาสาเหตุของปัญหาและร่วมกันในการแก้ไขสิ่งที่เป็นปัญหา หรือความทุกข์ ความคับข้องใจของผู้ป่วย โดยผู้บำบัดใช้ทฤษฎี หลายทฤษฎี เช่น

    – ทฤษฏีจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) เช่น Free-association, Dream interpretation, Transference

    – ทฤษฎีกลุ่มมนุษยนิยม (Humanistic) เช่น Client-centered, Existen-tialism, Gestalt Therapy, Reality Therapy, Rational emotive Therapy

    – ทฤษฎีกลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) การใช้การเสริมแรง การลงโทษ และการใช้แบบอย่าง

    กระบวนการในการทำจิตบำบัดรายบุคคล กระบวนการในการทำจิตบำบัดรายบุคคล เน้น 3 ระยะดังนี้

    ระยะแรก เน้นการสร้างสัมพันธภาพ การรับฟังปัญหา การแสดงความเห็นใจและรับความรู้สึก

    ระยะที่ 2 เป็นระยะการโอนถ่ายความรู้สึกสู่ผู้รักษา พัฒนาการตระหนักรู้ในปัญหา การสนับสนุน ประคับประคอง การตีความ การสอน การให้กำลังใจ การจัดการกับสิ่งแวดล้อม

    ระยะสิ้นสุด เป็นการเตรียมสิ้นสุดสัมพันธภาพ

    องค์ประกอบที่สำคัญของการทำจิตบำบัด การทำจิตบำบัดที่มีประสิทธิภาพควรพิจารณาถึงหลักการต่อไปนี้

    – ความรู้ความสามารถของผู้บำบัด ต้องผ่านการเรียนและฝึกฝนด้านการทำจิตบำบัดมาโดยตรง

    – บุคลิกภาพและนิสัยของผู้บำบัด ต้องมีความพร้อม มีความรู้ ความเข้าใจ ยอมรับ และพัฒนาตนเอง ในการทำจิตบำบัดเป็นอย่างดี

    – ผู้บำบัดและผู้รับการบำบัด มีแรงจูงใจ ในการทำจิตบำบัด เชื่อและศรัทธาในตนเองและผู้บำบัด

    – มีความสามารถในการพูด ถ่ายเทความรู้สึก

  • ”จิตบำบัดมีกี่ประเภท

    จิตบำบัดมีกี่ประเภท อะไรบ้าง และมีความแตกต่างกันอย่างไร

    ทุกวันนี้นักจิตบำบัดส่วนใหญ่ไม่ได้ยืดวิธีการรักษาที่ตายตัวเพียงวิธีเดียว หากแต่นำหลายๆวิธีมาปรับใช้ให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย อย่างไรก็ตาม นักจิตบำบัดส่วนใหญ่จะผ่านการอบรมขั้นพื้นฐานและฝึกความชำนาญในการรักษาด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจเข้ารับการรักษากับนักจิตบำบัดควรซักถามให้แน่ใจก่อนว่าคุณเห็นด้วยกับหลักการในการรักษาของเขา และวิธีการบำบัดของเขาเป็นอย่างที่คุณต้องการ

    พฤติกรรมบำบัด (behavioural therapy)

       นักพฤติกรรมบำบัดจะมุ่งเปลี่ยนแปลงหรือกำจัดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อาการของโรคหวาดกลัว(phobia) หรือการติดยาเสพติดพฤติกรรมบำบัดนี้เป็นวิธีการรักษาในระยะสั้นและแก้ปัญหาแบบเฉพาะเจาะจง รวมทั้งมีการตั้งเป้าหมายชัดเจนที่สามารถวัดผลได้ วิธีนี้ไม่เหมาะที่จะใช้วิเคราะห์ปัญหาชีวิตในระดับลึก

    การให้คำปรึกษา (counseling)

    การให้คำปรึกษามีจุดมุ่งหมาย เพื่อช่วยให้คนทำใจยอมรับวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือสามารถปรับปรุงชีวิตและความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น การให้คำปรึกษาเป็นการให้ความช่วยเหลือในระยะสั้นและมีเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง อย่างเช่น การให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ทุกข์โศกจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก การให้คำแนะนำแก่คู่สมรสที่มีปัญหา หรือการแนะแนวอาชีพ

    การบำบัดด้านการรู้คิด (cognitive therapy)

    เน้นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ซึ่งเป็นตัวกำหนดความรู้สึกและพฤติกรรมบางอย่าง การบำบัดด้วยวิธีนี้จะกระทำอย่างรวบรัด ใช้ระยะเวลาสั้นๆและมุ่งที่ปัญหาโดยตรง เช่น อาการซึมเศร้าและอาการหวั่นไหวเกินเหตุต่อคำวิจารณ์
    การบำบัดแนวมนุษยนิมยมหรืออัตถิภาวนิยม (humanistic or existential therapy)

    วิธีการของนักบำบัดเหล่านี้แตกต่างกันอย่างมาก แต่มีจุดหมายที่เหมือนกันคือพยายามช่วยให้ผู้ป่วยรับผิดชอบต่อชีวิตของตนเองและตระหนักถึงความสามารถของคนที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม การบำบัดอาจใช้ระยะเวลาสั้นๆหรือระยะยาว ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและจุดประสงค์ของผู้มารับการบำบัด
    จิตวิเคราะห์ (psychoanalysis)

    นักจิตบำบัดจะวิเคราะห์อดีตของผู้ป่วยอย่างละเอียดลึกซึ้ง เพื่อช่วยให้เขาเข้าใจถึงแรงผลักดันและความปรารถนาภายในที่ซ่อนเร้นอยู่ ปัจจัยสำคัญของการรักษาด้วยวิธีนี้อยู่ที่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักจิตบำบัดกับคนไข้ การบำบัดอาจใช้เวลานานเป็นปี วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการค้นพบตนเองหรือมีปัญหาด้านบุคลิกภาพ