คลินิก ขอนแก่น หมอ เครียด ปวดหัว นอนไม่หลับ ซึมเศร้า

คลินิก ขอนแก่น หมอ เครียด ปวดหัว นอนไม่หลับ ซึมเศร้า

เปิดกว้าง โรคทางใจ

สุขภาพจิตดี ชีวีมีสุข

อย่าปล่อยให้ความทุกข์ทำลายสุขภาพจิตคุณ และคนที่คุณรัก กลับมามีความสุขอีกครั้ง เราช่วยคุณได้

โรคทางจิตเวช วิตกกังวล  เครียด นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ไมเกรน สมองเสื่อม ติดบุหรี่ สุรา สารเสพติด ย้ำคิดย้ำทำ แพนิค อาการทางจิต โรคจิตเภท ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน

พญ.สิริกุล ใจเกษมวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

โรคซึมเศร้า

 

อารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง สมาธิเสีย คือ ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาทำสิ่งต่างๆ รู้สึกอ่อนเพลีย เชื่องช้า ทำอะไรก็เชื่องช้าไปหมด รับประทานอาหารมากขึ้น หรือรับประทานน้อยลง นอนมากขึ้น หรือนอนน้อยลง ตำหนิตัวเอง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่พบได้มากในคนเป็นโรคซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย หากมีการพยายามฆ่าตัวตาย

รู้ได้อย่างไรว่าบุคคลใกล้ตัวเสี่ยง

หากพบบุคคลใกล้ตัวมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ให้ระวังว่ามีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

1.พฤติกรรม

สีหน้าเศร้าหมอง เคลื่อนไหวช้า พูดน้อย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด พยายามทำร้ายตัวเองใช้สารเสพติด ดื่มสุรา ไม่อยากทำงาน ไม่สนใจเรื่องเพศ แยกตัว ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม  นอนน้อยหรือมากเกินไป

2. ด้านความคิดและอารมณ์

มีความคิดอยากตาย ตำหนิโทษตัวเอง คิดแต่เรื่องเก่าๆเกี่ยวกับปัญหาของตนเองซ้ำซากหาทางแก้ไม่ได้ สับสนเกิดความเหงา เศร้า ท้อแท้ หมดหวัง ร้องให้บ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุ รู้สึกผิดหวังและคิดว่าตนเองไม่มีคุณค่า โกรธง่ายโดยไม่มีเหตุผล เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หรืออารมณ์ดีขึ้นจนผิดสังเกตจากที่เคยมีอารมณ์เศร้าเนื่องจากคิดแก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย

3. ด้านคำพูด

พูดถึงความตายหรือพูดแบท้อแท้หมดหวัง วิธีการตาย การเป็นภาระของคนอื่น สั่งเสียกับคนใกล้ชิด เช่น ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่  ฉันอยากหลับแล้วไม่ตื่น อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะเป็นภาระของคนอื่น ใครๆ คงอยากให้เขาตายไปเสียให้พ้น อยู่ไปชีวิตก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ฝากฝังของรักให้คนอื่นดูแล ขออโหสิกรรม เขียนจดหมายลาตาย ทำพินัยกรรมยกสมบัติให้ผู้อื่น หรือเตรียมอุปกรณ์ที่สามารถปลดชีวิตตัวเองได้

หากคุณพบคนใกล้ตัวมีสัญญาณดังกล่าวและผู้นั้นอาจจะฆ่าตัวตายทันที สิ่งที่พึงกระทำคือ คุณควรซักถามเขาโดยใช้คำพูดของเขาเองขอความกระจ่าง โดยถามให้ละเอียดและตรงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการขอข้อมูล เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงและวางแผนให้ความช่วยเหลือต่อไป ไม่ใช่การตำหนิ

โรคซึมเศร้า

  • ”โรคซึมเศร้า”

    โรคซึมเศร้า

    อารมณ์เศร้าที่มากเกินควร และนานเกินไปจนมีผลกระทบต่อครอบครัว การทำงาน การเรียน สังคม หรือกิจวัตรประจำวัน

    อาการของโรคซึมเศร้า

    *มีอารมณ์เศร้า
    *ความสนใจหรือความเพลิดเพลินในกิจกรรมต่างๆที่ เคยทำลดลงอย่างมาก
    *เบื่ออาหารจนน้ำหนักลดลง หรือบางรายอาจมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น กินมากจนน้ำหนักเพิ่ม
    *นอนไม่หลับ หรือ หลับมากแทบทุกวัน
    *ทำอะไรช้า/อ่อนเพลียหรือไร้เรี่ยวแรง
    *รู้สึกไร้ค่า หรือรู้สึกผิด
    *คิดเรื่องความตาย หรือการฆ่าตัวตาย
    *มีผลกระทบต่อครอบครัว การทำงาน การเรียน สังคม หรือ กิจวัตรประจำวัน

  • ”สาเหตุของโรคซึมเศร้า”

    สาเหตุของโรคซึมเศร้า

    *พันธุกรรม
    *สารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ
    *ด้านจิตสังคม: ผู้ป่วยมีแนวคิดที่ทำให้ตนเองซึมเศร้า

  • ”การดำเนินโรคของโรคซึมเศร้า”

    การดำเนินโรคของโรคซึมเศร้า

    *อาการเกิดเป็นช่วงๆ, บางคนหาย อาการทุเลา, สามารถกลับเป็นซ้ำได้
    *ระยะเวลาของการเกิดอาการที่ไม่ได้รับการรักษาจะอยู่ประมาณ 3-16 เดือน
    *การเสียชีวิตจาการฆ่าตัวตายมากเป็น 20 เท่าของประชากรทั่วไป

  • ”การรักษาของโรคซึมเศร้า”

    การรักษาของโรคซึมเศร้า

    ยาต้านเศร้าจะไปช่วยปรับความสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งต้องใช้เวลา 1-2สัปดาห์ และจำเป็นต้องกินยาต่อเนื่องประมาณ 6-12 เดือน หรือมากกว่านั้นหากมีข้อบ่งชี้ เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำของโรค แล้วแพทย์จะปรับลดยาลงเรื่อยๆจนหยุดยาได้ และควรมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

    การรักษาด้วยยา

    1.ช่วยควบคุมอาการ ลดการกำเริบซ้ำ
    2.ใช้ยากลุ่มต้านเศร้า
    3.ทั่วไป เริ่มตอบสนองต่อยา ต้องใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป
    4.รับประทานยาต่อเนื่อง 6 เดือนถึง 1 ปี
    5.หากเป็นหลายครั้ง อาจต้องรับประทานยาเพื่อป้องกันอย่างน้อย 5 ปี
    6.ไม่ควรหยุดยาเอง

    การรักษาด้วยไฟฟ้า

    การรักษาด้วยจิตบำบัด

    • บำบัดด้านความคิด
    • จิตบำบัด
    • บำบัดแบบครอบครัว
    • จิตบำบัดแบบมุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
  • ”คำแนะนำในการดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้า”

    *รับประทานยาสม่ำเสมอ ห้ามขาดยา
    *พบแพทย์ตามนัด
    *รับฟังผู้ป่วยด้วยความเข้าใจโดยไม่ตัดสินผู้ป่วย
    *เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึก ความเครียด
    *ช่วยกันแก้ไขปัญหาและลดเหตุการณ์ที่ก่อความเครียด
    *เฝ้าระวังความคิดทำร้ายตัวเอง

  • ”ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย”

    ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

    • ประวัติเคยพยายามทำร้ายตัวเอง
    • อารมณ์เศร้า วิตกกังวล หมดหวัง
    • วางแผนวิธีการฆ่าตัวตาย
    • คิดว่าถ้าทำแล้วมีผลต่อคนที่อยู่อย่างไร
    • เคยพูดเรื่องคิดฆ่าตัวตาย
    • เคยเขียนจดหมายสั่งลา หรือลาออกจากงานหลังเป็นโรคซึมเศร้า
    • มีวิกฤตในชีวิต
    • มีประวัติครอบครัวฆ่าตัวตายสำเร็จ
    • มองโลกในแง่ร้าย หรือหมดหวัง