เปิดกว้าง โรคทางใจ

สุขภาพจิตดี ชีวีมีสุข

อย่าปล่อยให้ความทุกข์ทำลายสุขภาพจิตคุณ และคนที่คุณรัก กลับมามีความสุขอีกครั้ง เราช่วยคุณได้

โรคทางจิตเวช วิตกกังวล  เครียด นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ไมเกรน สมองเสื่อม ติดบุหรี่ สุรา สารเสพติด ย้ำคิดย้ำทำ แพนิค อาการทางจิต โรคจิตเภท ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน

พญ.สิริกุล ใจเกษมวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

โรคไบโพล่าร์ (Bipolar disorder)

icon-bipolar300x300

โรคไบโพล่าร์เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความผิดปกติของอารมณ์ โรคนี้มีหลายชื่อ เช่น โรคอารมณ์แปรปรวน, manic-depressive disorder, bipolar affective disorder, bipolar disorder ในปัจจุบันซึ่งเป็นทางการคือ โรคไบโพล่าร์ (Bipolar disorder) ลักษณะที่สำคัญของโรคนี้คืออาการผิดปกติของอารมร์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นแบบซึมเศร้า (depressive) หรือตรงข้ามกับซึมเศร้าคืออารมณ์ดีผิดปกติ (minia) ก็ได้

ขั้วอารมณ์ดีเกินเหตุ หรือ หงุดหงิดมาก

  • มีอารมณ์ดีเกิน หรือ หงุดหงิดมาก
  • เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินปกติ รู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจหรือมีความสำคัญยิ่งใหญ่
  • ไม่อยากพักผ่อน
  • มีกิจกรรมต่างๆเพิ่มมากขึ้น
  • พูดมาก และบางครั้งพูดเร็วจนไม่สามารถขัดจังหวะได้
  • ความคิดแล่นเร็ว คิดโครงการมากมายใหญ่โต
  • ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ เช่น ใช้จ่ายเงินมากผิดปกติ
  • วอกแวกง่าย ไม่มีสมาธิ

อาการซึมเศร้า (depressive)

อาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในโรคไบโพล่าร์จะเหมือนกับอาการของโรคซึมเศร้า (major depressive disorder) ทุกประการคืออยู่ๆก็ป่วยก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องให้ง่าย คิดแต่เรื่องร้ายๆ รู้สึกเศร้า ๆ ไม่แจ่มใส เบื่อหน่ายไปหมดทุกเรื่อง ไม่รู้สึกดีใจเวลามีอะไรดี ๆ เกิดขึ้น ไม่อยากได้อะไร ไม่มีความสุข เก็บเนื้อเก็บตัวไม่อยากพบหน้าใคร บางคนจะหงุดหงิด โมโหง่าย เบื่อชีวิต อยากตาย  บางคนถึงกับฆ่าตัวตาย มีอาการอยู่แทบทุกวันเป็นหลาย ๆ สัปดาห์ หรือเป็นเดือน ในชาวงซึมเศร้าผู้ป่วยมักรู้ว่าตนเองป่วย

อาการตรงข้ามกับซึมเศร้า (minia)

เมื่อเกิดอาการตรงกันข้ามกับซึมเศร้าผู้ป่วยจะมีอารมณ์ดีผิดปกติ พูดมาก หัวเราะง่าย ชอบเข้าไปวุ่นวายเรื่องของคนอื่นจนบางครั้งเกิดเรื่องราว ใช้เงินเปลืองเพราะเห็นอะไรก็น่าซื้อไปหมดและก็จะซื้อทีละเยอะ ๆ ด้วย มีโครงการ 100 ล้าน 1000 พัน ผุดขึ้นมาเต็มหัว รู้สึกว่าตนเองเก่ง หล่อ สวย  หรือเป็นคนที่สำคัญผิดปกติ

ในช่วงที่ผู้ป่วยจะรู้สึกขยันขันแข็งอยากทำอะไรมากมายไปหมดและมีความต้องการที่จะนอนน้อยลง บางรายมีอารมณ์หงุดหงิดก้าวร้าวมาก ผู้ป่วยบางรายมีความต้องการทางเพศมาก

บางรายมีอาการโรคจิตด้วยคือมีความหลงเชื่อผิด เช่นคิดว่าผู้ป่วยเป็นคนในอดีตกลับชาติมาเกิด หรือมีหูแว่วมาชมว่าผู้ป่วยหล่อจัง ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังป่วยและมักปฏิเสธการรักษา

ผู้ป่วยในหลาย ๆ รายติดอกติดใจในความสุขที่เกิดขึ้นในช่วงที่กำลังมีอาการตรงข้ามกับซึมเศร้าทำให้ไม่อยากกินยาเพราะกินแล้วไม่สนุก

อาการที่สำคัญที่จะบอกว่าผู้ป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์คือจะต้องมีอาการตรงข้ามกับซึมเศร้า (mania)  อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยผู้ป่วยอาจจะมีอาการซึมเศร้าเป็นบางครั้งร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ (รายที่เป็นทีไรก็ซึมเศร้าทุกทีไม่เคยมีอาการตรงข้ามกับซึมเศร้าเลยนั้น เราจะถือว่าเป็นโรคซึมเศร้าและได้รับการรักษาแบบโรคซึมเศร้า)  อย่างไรก็ดีผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าในช่วงหลังคลอดมักมีโอกาสสูงที่จะเกิดอาการตรงข้ามกับซึมเศร้าขึ้นในภายหลัง

โรคไบโพล่าร์นั้นมักเริ่มเป็นก่อนวัยกลางคน บางรายเริ่มตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 แต่ก็มีบางรายที่มาเริ่มเป็นหลังอายุ 40 ปีได้ โรคไบโพล่าร์เป็นโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมมาเกี่ยวข้องค่อนข้างมากโดยพบว่าเมื่อลองถามประวัติให้ดี ๆ มักจะพบว่าคนอื่นบางคนในวงศ์ญาติป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์ และลูกหลานของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์มีโอกาสจะป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์มากกว่าคนทั่วไป

ในปัจจุบันเชื่อว่าโรคไบโพล่าร์เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมองโดยมีสารสื่อนำประสาทที่ไม่สมดุลคือมีสารซิโรโทนิน (serotonin) น้อยเกินไปและสารนอร์เอปิเนฟริน (epienphrine) มากเกินไป ดังนั้นเราจึงสามารถรักษาโรคนี้ได้ด้วยยา ยาที่ใช้รักษาโรคไบโพล่าร์ได้แก่กลุ่มยาควบคุมอารมณ์ (mood stabillzers) , ยาแก้โรคจิต (antipsychotich) , และยาแก้โรคซึมเศร้า (antidepressants)

ยาควบคุมอารมณ์ (mood stabillzers)

ยากลุ่มนี้เป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาทั้งในขณะที่ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าและอาการตรงกันข้ามกับซึมเศร้า และยังใช้ป้องกันการกลับมาเป็นใหม่ได้ด้วย

การรักษาด้วยยา

–ช่วยควบคุมอาการ ลดการกำเริบซ้ำ

–ใช้ยากลุ่มควบคุมอารมณ์

–ทั่วไป เริ่มตอบสนองต่อยา ต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไป

–รับประทานยาต่อเนื่อง 6 เดือนขึ้นไป

–หากเป็น2ครั้งขึ้นไปต้องรับประทานยาเพื่อป้องกันอย่างน้อย-ปีขึ้นไป

–ไม่ควรหยุดยาเอง

โรคอารมณ์แปรปรวน Bipolar

  • ”มาทำความรู้จักกับโรคอารมณ์แปรปรวน

    โรคอารมณ์แปรปรวนหรือ โรคอารมณ์สองขั้วคือ

    อาการที่ผู้ป่วยมีอารมณ์ผิดปกติทั้ง 2 ด้าน คือ
    1.อารมณ์ซึมเศร้า
    2.อารมณ์ดีเกินเหตุ หรือ หงุดหงิดมาก

  • ”อาการโรคอารมณ์แปรปรวน”

    อาการของโรคอารมณ์แปรปรวน

    • ขั้วอารมณ์ดีเกินเหตุ หรือ หงุดหงิดมาก
    • มีอารมณ์ดีเกิน หรือ หงุดหงิดมาก
    • เชื่อมั่นในตัวเองมากเกินปกติ รู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจหรือมีความสำคัญยิ่งใหญ่
    • ไม่อยากพักผ่อน
    • มีกิจกรรมต่างๆเพิ่มมากขึ้น
    • พูดมาก และบางครั้งพูดเร็วจนไม่สามารถขัดจังหวะได้
    • ความคิดแล่นเร็ว คิดโครงการมากมายใหญ่โต
    • ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ เช่นใช้จ่ายเงินมากผิดปกติ
    • วอกแวกง่าย ไม่มีสมาธิ
  • ”โรคอารมณ์แปรปรวน”

    โรคอารมณ์แปรปรวน

    * ผู้ป่วยมีอาการของขั้วอารมณ์ดีเกิน หรือ หงุดหงิดเกิน สลับอารมณ์ซึมเศร้า
    * ขั้วอารมณ์ดีเกิน หรือ หงุดหงิดเกิน มีอารมณ์ผิดปกติเป็นอยู่นานเกิน 1 สัปดาห์
    * ขั้วอารมณ์ซึมเศร้า อาการถึงขั้นโรคซึมเศร้า
    * อาการรุนแรงจนมีผลกระทบต่อครอบครัว การทำงาน การเรียน สังคม หรือ กิจวัตรประจำวัน

  • ”สาเหตุของโรคอารมณ์แปรปรวน”

    สาเหตุของโรคอารมณ์แปรปรวน

    * พันธุกรรม
    * สารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ
    * ด้านจิตสังคม: ปัจจัยทางสังคมไม่ใช่สาเหตุของโรค แต่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้โรคแสดงอาการได้
    [pane title=”การดำเนินโรคของโรคอารมณ์แปรปรวน” background_image=””]

    การดำเนินโรคของโรคอารมณ์แปรปรวน

    อาการเกิดเป็นช่วงๆบางคนหาย อาการทุเลา, สามารถกลับเป็นซ้ำได้

  • ”การรักษาของโรคอารมณ์แปรปรวน”

    การรักษาของโรคอารมณ์แปรปรวน

    * การรักษาด้วยยา
    * ช่วยควบคุมอาการ ลดการกำเริบซ้ำ
    * ใช้ยากลุ่มควบคุมอารมณ์
    * ทั่วไป เริ่มตอบสนองต่อยา ต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไป
    * รับประทานยาต่อเนื่อง 6 เดือนขึ้นไป
    * หากเป็น2ครั้งขึ้นไปต้องรับประทานยาเพื่อป้องกันอย่างน้อย-ปีขึ้นไป
    * ไม่ควรหยุดยาเอง

  • ”คำแนะนำในการดูแลผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวน”

Ask us

คำถาม

[contact-form-7 id=”5941″ title=”ไม่มีหัวข้อ”]

[/contact-form-7]