Open/Close Menu
มอบความสุข ปลูกความมั่นใจ คลินิกรักษา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน โรคทางจิตเวช เครียด ปวดหัว นอนไม่หลับ สมองเสื่อม วิตกกังวล ซึมเศร้า สิว ฝ้า กระ หน้าขาวใส ลดน้ำหนัก
สมาธิสั้น

ตกลงเด็กซนนั้น เพราะฉลาดหรือสมาธิสั้นกันแน่ ถ้าก่อนหน้านี้ใครจะบอกว่าเด็กซนหมายถึงเด็กฉลาด มาตอนนี้ก็อยากจะเพิ่มเติมไปเสียหน่อยว่า อาจจะฉลาดและสมาธิสั้นด้วยก็ได้ พอได้ฟังอย่างนี้หลายคนอาจจะถึงกับหันควับไปหาลูกหลานตัวเองเลยทีเดียว ว่าตกลงที่เห็นซนนั้นเป็นเพราะฉลาดหรือสมาธิสั้นกันแน่ หรือจะหมายความทั้งสองอย่างก็ไม่ผิด! เด็กสมาธิสั้นคือเด็กเก่ง จะพูดอย่างนี้ก็คงไม่ผิด เพราะส่วนใหญ่เด็กสมาธิสั้นคือเด็กที่คิดเร็ว บางครั้งให้ทำงานอย่างที่หนึ่งก่อน สมองของเด็กก็คิดไปถึงงานอย่างที่สองแล้ว เป็นพวกพูดเร็ว คิดเร็วทำเร็ว จับอาการต่างๆได้เร็ว แต่เร็วเกินไป จนไม่สามารถควบคุมความคิดการกระทำของตัวเองได้ในบางครั้ง จึงแสดงออกในลักษณะที่เรียกว่าเด็กซน แต่การซนก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นสมาธิสั้นเสมอไป ยังต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรมในด้านอื่นๆร่วมด้วย   แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าสมาธิสั้น! เมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงได้แม้แต่ชิ้นเดียว เนื่องจากในสมองของพวกเขาไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าได้ บางครั้งพวกเขาจะไม่สนใจฟังในสิ่งที่คนในครอบครัวพูด คือแสดงอาการเหมือนฟัง หากแต่สมองนั้นไม่ได้จับใจความหรือคิดตามในสิ่งที่ได้ยิน ทำให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานเป็นประจำ เพราะพวกเขาไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้  งานที่ทำก็ไม่ละเอียดเรียบร้อย ไม่ชอบที่จะทำงานแบบใช้ความคิด จะจดจ่ออยู่เฉพาะกับสิ่งที่ชอบมากเท่านั้น แต่ก็จะจดจ่อมากจนเกินไปคล้ายๆจะหมกมุ่น หากแต่งานอื่นๆจะละเลย ทั้งยังทำข้าวของของตัวเองหายบ่อยๆ   แล้วจะทำอย่างไร? อาการสมาธิสั้นสามารถหายได้เมื่อเด็กเจริญเติบโต แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นปัญหารุนแรงหรือจะเรียกว่าเป็นเยอะนั่นเอง และไม่สามรถหายได้เองเมื่ออายุมากขึ้น ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นผู้ปกครองควรใส่ใจ หมั่นสังเกตอาการและพฤติกรรมของลูกหลานอยู่เสมอหากมีอาการผิดปกติและไม่แน่ใจควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อย่าด่วนตัดสินไปก่อน! เพราะแม้จะมีอาการคล้ายดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่อาจจะเป็นเพียงความซนของเด็กได้ เนื่องจากเด็กซนนั้นอาจจะไม่ได้เป็นเด็กสมาธิสั้นเสมอไป  โรคสมาธิสั้นเป็นโรคที่ต้องใช้การสังเกตเป็นเวลานานพอสมควร และผู้ปกครองไม่ควรตัดสินด้วยตัวเอง เพราะหากผิดพลาดอาจจะไม่เป็นผลดีกับลูกหลานของคุณ! ดังนั้นการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งที่ควรทำหากผู้ปกครองคนไหนสงสัยว่าลูกจะมีอาการสมาธิสั้น! เพื่อที่จะได้ดำเนินการรักษาอย่างถูกวิธีนั่นเอง

bipolar, โรคอารมณ์แปรปรวน

ใช้จ่ายเยอะผิดปกติไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อาจจะเกี่ยวกับอาการทางจิตได้ ถ้าก่อนหน้านี้ใครมองว่าการใช้จ่ายเงินเยอะเป็นเรื่องของความสุขทางใจอย่างเดียว อาจจะต้องคิดใหม่กันเสียแล้ว ในกรณีที่คนในครอบครัวนั้นมีอาการแปลกหรือผิดปกติจากที่เคยเป็นก่อนหน้าที่จะใช้เงินแบบผิดสังเกต ถือว่าเป็นอะไรที่ต้องเอะใจกันบ้าง เพราะนั่นอาจจะเป็นอาการของโรคอารมณ์สองขั้วได้ โรคอารมณ์สองขั้วเป็นอย่างไร? โดยโรคอารมณ์สองขั้ว หรือ (Bipolar Disorder) เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะมีอาการผิดปกติทางด้านอารมณ์จนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดเจนสองแบบ จึงเรียกว่าโรคอารมณ์สองขั้วคือ เดี๋ยวซึมเศร้า เดี๋ยวร่าเริงจนเกินพอดี ซึ่งพฤติกรรมการใช้เงินแบบเกินตัวจนผิดปกติคือช่วงที่ร่าเริงจนเกินพอดีนั่นเอง โดยไม่จำเป็นว่าพฤติกรรมใดเริ่มก่อน แต่จะสลับกัน ไปจึงต้องใช้การใส่ใจและสังเกตคนในครอบครัว สังเกตอย่างไรบ้าง อย่างเช่นหากมีพฤติกรรมซึมเศร้า ไม่อยากพูดคุยกับใคร น้ำหนักลดผิดปกติ อาจจะลดไวถึงสองสามกิโลกรัมในหนึ่งสัปดาห์ เบื่อหน่าย เก็บตัวเงียบ แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาร่าเริงโดยเป็นการร่าเริงแบบมากเกินความพอดี เดินทักทายคนนั้นคนนี้ไปทั่ว พูดมากผิดปกติ ทำโน่นทำนี่ไม่หยุด นอนน้อยเพราะรีบตื่นมาทำสิ่งต่างๆ มีการใช้จ่ายเงินเกินตัว เลี้ยงคนโน้นคนนี้เป็นช่วงที่จะควักจ่ายเงินเกินปกติ ซึ่งญาติหรือผู้เกี่ยวข้องต้องระวัง หากเป็นผู้สูงอายุอาจจะมีการทำบุญมากจนหมดตัว หากเป็นคนทั่วไปก็อาจจะแสดงออกในรูปแบบจัดงานเลี้ยงโดยไม่มีประโยชน์หรือวาระจำเป็น ซึ่งจะเห็นว่ามากจนเกินกว่าจะเป็นแค่การทำเพื่อความสุขทางใจ มีกิจกรรมเยอะแยะ คิดจะทำอะไรอยู่ในหัวมากมายก่ายกอง หากใครห้ามก็จะไม่พอใจ เสียงดังโวยวาย จนเดินไปสู่อาการก้าวร้าวในที่สุด บางรายอาจจะมีการลงไม้ลงมือ เมื่อมาถึงจุดนี้ญาติอาจจะต้องพาไปพบจิตแพทย์ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอันตรายกับผู้ป่วยได้ การใช้เงินเยอะแบบผิดปกติจึงไม่ใช่สิ่งที่ควรละเลย!   หากคนมีครอบครัวมีพฤติกรรมเหล่านี้ สามารถพาไปพบจิตแพทย์หรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันที ชีวิตคนในครอบครัวสำคัญเกินกว่าจะละเลยได้! และการใส่ใจอย่างจริงใจจะช่วยให้คุณไม่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวอันเป็นที่รักไปก่อนวัยอันควร!

เคียด กินเยอะ ลดน้ำหนัก

รู้หรือไม่! ความเครียดส่งผลให้อ้วน! หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ความเครียดเกี่ยวอะไรกับความอ้วนในเมื่อความเครียดนั้นน่าจะเกิดขึ้นจากจิตใจ มิใช่ร่างกาย แล้วจะอ้วนได้อย่างไร! บอกเลยว่าถ้าหากคิดอย่างนั้นถือว่าคิดผิด! ความเครียดนั้นเกิดจากการที่คนเราต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆมากมาย เป็นภาวะที่อารมณ์ไม่อยู่ในภาวะสมดุลจะรู้สึกเหมือนว่ากังวล ว้าวุ่น คิดมากเกินไป ไม่เป็นปกติ ซึ่งทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน Cortisol ขึ้นมา ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้ ตามปกตินั้นร่างกายเราจะผลิตทุกวันจากต่อมหมวกไต โดยจะผลิตมากในตอนเช้า แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงเย็นจะลดระดับลงเรื่อยๆยกเว้นกรณีเรามีเรื่องเครียดมาก สมองก็จะสั่งการให้ผลิตเจ้าฮอร์โมนตัวนี้ขึ้นมาเรื่อยๆไม่ได้ลดระดับไปตามปกติ แล้วทำไมเวลาเครียดเจ้าฮอร์โมนนี้ต้องผลิตออกมาเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะยามเมื่อเราเครียดร่างกายจะต้องการพลังงานมาใช้เพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆที่ต้องเผชิญมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะการทำงาน หรือว่าปัญหาต่างๆ  เจ้าฮอร์โมนตัวนี้หลั่งออกมาก็เพื่อทำให้ร่างกายต้องการรับประทานอาหารมากขึ้น เพื่อจะได้เก็บไว้เป็นพลังงานสะสม แถมอาหารที่เจ้าฮอร์โมนตัวนี้โหยหาก็จะเป็นของหวาน น้ำตาล แป้ง อะไรจำพวกนี้เสียด้วย เพราะให้พลังงานสูงนั่นเอง ดังนั้นยิ่งเรามีความเครียดมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งรับประทานของหวานมากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหวาน เค้ก หรือว่าขนมปังและของหวานอื่นๆอีกมากมาย คนที่เครียด จึงมีโอกาสที่จะอ้วนมากกว่าคนที่อยู่ในภาวะปกติสบายๆนั่นเอง ดังนั้นหากไม่อยากอ้วนเพราะความเครียด ก็ต้องรู้จักผ่อนคลายอารมณ์หรือถ้าหากไม่สามารถจัดการความเครียดได้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด! อ้างอิง http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/47/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/ https://sites.google.com/site/thehormonesstory/chud-khwam-ru-thawpi-hxrmon/6-khxrti-sxl-hxrmon-haeng-khwamkheriyd  

รักษาโรคซึมเศร้า เครียด คิดอยากฆ่าตัวตาย

รู้ก่อนสาย! โรคซึมเศร้าอันตรายกว่าที่คิด หลายคนอาจจะแยกภาวะซึมเศร้ากับโรคเครียดของสมาชิกในครอบครัวไม่ออก และนั่นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดทำร้ายตัวเองการฆ่าตัวตายของผู้ป่วย นอกจากนั้นแล้ว ภาวะซึมเศร้ายังส่งผลอันตรายมากมายที่หลายคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น -เบื่อ เซ็ง วันๆไม่อยากทำอะไร อยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากพบปะผู้คนทั้งๆที่แต่ก่อนเคยไปมาหาสู่กัน -กระทบกับงานที่ทำเพราะคิดอะไรไม่ออก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ด้วยตัวเอง ไม่มีสติ -หมกมุ่นกับความรู้สึกผิด ไร้ค่า รคิดว่าตัวเองไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครรัก -อ่อนเพลีย ละเหี่ยใจ หมดอาลัยตายอยาก -นอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ ฝันประหลาด น่ากลัว -รู้สึกด้อยค่าในตัวเอง คิดว่าตัวเองทำอะไรก็ผิดพลาดไปหมด  เป็นข้อที่อันตรายมาก อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย -ร่างกายได้รับอาหารไม่เต็มที่ เพราะเบื่ออาหาร หรือ กินเยอะบ้าง น้อยบ้าง จนอาจจะส่งผลต่อร่างกาย เกิดอาการโรคกระเพาะ อาการลำไส้อักเสบ -มีปัญหากับความสัมพันธ์กับผู้อื่น  -เก็บตัว ปลีกวิเวกอยากอยู่คนเดียว -บางคนนอนมากเพราะอยากหลีกหนีจากโลกปัจจุบัน บางรายคิดมากจนนอนไม่หลับ -รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะสมที่จะอยู่กับใคร คิดว่าตนเองเป็นภาระคนอื่น และอีกมากมายหลายผลกระทบที่เกิดจากภาวะซึมเศร้า สิ่งสำคัญคือหากพบว่าสมาชิกในบ้านมีอาการแปลกไป ไม่สดใสร่าเริงเหมือนปกติโดยหาสาเหตุไม่ได้ คุณสามารถพามาพบแพทย์ได้ตลอดเวลา เพราะภาวะซึมเศร้าไม่ใช่โรคเครียด ไม่ใช่แค่บอกให้ตั้งสติ ทำสมาธิ หรือไปปฏิบัติธรรมแล้วจะดีขึ้น บางครั้งเกิดจากสารสื่อประสาทในสมองที่ไม่สมดุล…

โรคกลัว คิดไปเอง คิดมาก กังวล

ฉันไม่ได้บ้า ทำไมต้องไปพบจิตแพทย์ มีความเข้าใจผิดสำหรับผู้มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตหลายท่านที่ขัดขวางการรักษาของแพทย์คือการที่คนส่วนใหญ่คิดว่า การไปหาจิตแพทย์ = เป็นบ้า ทำให้หลายคนที่มีปัญหาปฏิเสธการไปพบแพทย์ ด้วยอายสายตา กลัวคำนินทาว่าคนอื่นจะว่าว่าตัวเองบ้า ทำให้ปัญหาที่เป็นอยู่ถูกปล่อยให้เรื้อรังจนลุกลาม จนเป็นปัญหาในครอบครัว และกลายเป็นปัญหาของสังคม ซึ่งเราได้เห็นข่าวผ่านสื่อกันอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่สำคัญคือการปรับทัศนคติ เพราะความจริงแล้ว การที่เราต้องเข้าพบจิตแพทย์นั้นไมได้หมายความว่าเราเป็นบ้า เพียงแต่เราประสบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่เราไม่สามารถหาทางแก้ไขได้ด้วยตนเอง เพราะเกรงว่าอาจจะทำให้ยิ่งลุกลามหรือไม่สามารถแก้ไขได้ โดยอาการที่เราอาจจะจำเป็นต้องไปพบจิตแพทย์นั้น มีตั้งแต่ เครียด นอนไม่หลับ อกหัก วิตกกังวล คิดมาก ปวดศีรษะเรื้อรัง หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว ซึมเศร้า รู้สึกไม่เป็นที่ยอมรับ ไร้ค่า หลงๆลืมๆ ไม่มีสมาธิ สมาธิสั้น ตื่นตกใจง่าย หายใจอึดอัด หายใจไม่อิ่ม ติดสุรา ยาเสพย์ติด และอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข หรือดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งคนที่มีอาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นบ้า หรือเป็นโรคจิตเภทแต่อย่างไร เพราะฉะนั้น! เลิกอาย เลิกเข้าใจผิด แล้วเข้ารับการช่วยเหลือ เพื่อความสุขทั้งของตัวคุณเอง และครอบครัว รวมถึงสังคมรอบข้างอีกด้วย

รักษาโรคเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ ไม่มีความสุข

เชื่อมั้ยว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเครียด หลายคนคิดว่าการหัวเราะหรือการยิ้มเป็นข้อบ่งชี้ถึงการที่พวกเขาปราศจากความเครียด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว หารหัวเราะ การยิ้มและความเครียดนั้น ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกันแต่อย่างไร คุณอาจจะหัวเราะภายนอกได้โดยที่ภายในรู้สึกเครียด! ซึ่งการเช็คดูง่ายๆว่าคุณกำลังเครียดหรือไม่นั้น สามารถดูจากอาการเหล่านี้ ปวดศีรษะไม่ว่าจะเป็นการปวดทั้งสองข้างหรือข้างเดียวก็ตาม หงุดหงิดบ่อยอารมณ์แปรปรวน ใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียหมด หัวเสียบ่อยๆ ปวดเมื่อยร่างกาย เช่น สะบักหลัง ไหล่ ต้นคอ บ่า แขน รวมถึงปวดกล้ามเนื้อตา เป็นต้น นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท นอนไม่เต็มอิ่ม เสมือนมีข้อมูลเคลื่อนในหัวตลอดเวลา หยุดคิดไม่ได้ วิตกกังวล กังวลกับอดีตหรืออนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีสมาธิในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง การขับถ่ายแปรปรวน อาจเกิดจากภาวะเครียดลงกระเพาะ หรือ กรดไหลย้อน ซึมเศร้า เซ๊ง รู้สึกไร้ค่า ไม่มีใครรักใครสนใจ เก็บตัว แยกตัวเองออกจากลุ่ม อยู่คนเดียว เบื่อหน่าย หลบสังคม หลีกปัญหา เอาแต่นอน อาการเหล่านี้เป็นหนึ่งในอาการของความเครียด ซึ่งหากคุณมีอาการเหล่านี้ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อปรึกษาและให้แพทย์วิเคราะห์ว่าเกิดจากความเครียดอันจะนำไปสู่การเป็นโรคเครียดหรือไม่ โดยผู้ที่ต้องการให้ทางขอนแก่นการแพทย์ วินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ สามารถติดต่อขอนแก่นการแพทย์ได้ทั้งทางโทรศัพท์และอิเมล์ตลอดเวลาทำการ

Insomnia นอนไม่หลับ

รู้แล้วอึ้ง! ผลเสียของการนอนไม่หลับร้ายแรงกว่าที่คิด ปัจจุบันนั้นสังคมเรามีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง หลายคนประสบปัญหาทางสุขภาพมากมาย จากการแข่งขันทางธุรกิจ ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคมต่างๆมากมาย หากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพี่น้องหรือพ่อแม่ของคุณ หรือแม้แต่ตัวคุณเองนั้นต้องประสบกับปัญหาอาการนอนไม่หลับ อย่าชะล่าใจไป! เพราะมันอาจจะส่งผลกับชีวิตประจำวันของคุณอย่างร้ายแรงเลยทีเดียว   ด้านสุขภาพ อาการนอนไม่หลับทำให้คุณพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลให้ทั้งระบบภายในร่างกายนั้นปรวนแปร หลายคนที่นอนไม่หลับจะตามมาด้วยอาการปวดศีรษะ อาการท้องผูก เครียด ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลไปสู่การทำงานในชีวิตประจำวันของคุณ   ด้านอารมณ์ การพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้า ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับจึงมักแสดงอารมณ์รุนแรงมากกว่าปกติ ความอดทนต่อสิ่งเร้ารอบตัวจะค่อนข้างต่ำ ด้านการทำงาน แน่นอนว่าประสิทธิภาพของผู้ที่อยู่ในภาวะนอนไม่หลับย่อมจะต่ำกว่าปกติ นั่นย่อมไม่เป็นผลดีกับงานที่ทำ หลายคนถึงกับต้องพักงานจนถึงขั้นปลดออกจากงานเนื่องจากประสิทธิภาพในการทำงานนั้นลดลงจนเป็นปัญหากับเพื่อนร่วมงานและนายจ้าง   ด้านสังคม การนอนไม่หลับนั้นทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า ผู้ที่ต้องขับรถ หรือเดินทางเป็นประจำอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แน่นอนว่านั่นย่อมกระทบกับผู้คนที่อาศัยร่วมในสังคมเดียวกันกับคุณด้วย ถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง นอกจากนี้อาการนอนไม่หลับยังส่งผลเสียในด้านอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งบางครั้งมิใช่กระทบแค่คุณเพียงคนเดียว ดังนั้น หากคุณพบว่าเกิดอาการนอนไม่หลับเรื้อรังตั้งแต่เจ็ดวันถึงหนึ่งเดือน ควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขให้ถูกจุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณและคนรอบข้างดีกว่า

ปวดหัว ทำยังไงดี

ปวดหัวบ่อยๆ ไม่ดีแน่! เช็คกันหน่อย จะได้รักษาได้ถูกจุด อาการปวดหัวเกิดได้กับทุกคน แต่ถ้าปล่อยให้เรื้อรังเกิดขึ้นเป็นประจำก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก นอกจากจะกระทบต่อสุขภาพในชีวิตประจำวันแล้ว ยังจะทวีความรุนแรงจนอาจจะกระทั่งเกิดการล้มหมอนนอนเสื่อหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ก่อนอื่นมาดูว่าคุณปวดหัวแบบไหน เพื่อจะได้แจ้งแก่แพทย์ที่คุณเข้ารับการรักษาได้ถูกต้อง ปวดหัวข้างเดียว ปวดเหมือนมีแรงกดที่ขมับทั้งสองข้าง ปวดหัวเป็นประจำหลังตื่นนอน ปวดหัวพร้อมอาการเวียนศีรษะ อยากจะอาเจียน ปวดหัวตื้อๆ ใครพูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง ปวดหัวจี๊ดขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดร้าวไปทั้งหน้าผาก ปวดหัวลามมาถึงโพรงจมูก ปวดรุนแรงจี๊ดๆ เมื่อรับประทานอาหารเย็นๆ เช่นน้ำแข็งหรือไอศกรีม ปวดหัวรุนแรงก่อนหรือขณะที่ประจำเดือนมา ปวดหัวเรื้อรังมาเป็นระยะเวลานาน หลังจากนั้นลองสังเกตดูว่าคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ คุ้นเคยกับการรับประทานยาแก้ปวดปริมาณมากเป็นประจำ อยู่ในช่วงวิตกกังวล เครียด ทำงานหนัก ชอบเล่นคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนในที่มืดหรือที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ เปิดแอร์นอนเป็นประจำ ชอบดื่มกาแฟเป็นประจำมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีปัญหาสุขภาพฟัน ชอบนอนดึกตื่นสาย เคยได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ และอีกมากมายที่อาจจะเป็นสาเหตุทำให้คุณต้องประสบปัญญากับการปวดหัวไม่สิ้นสุด ยิ่งปล่อยไว้นานอาการก็จะยิ่งทวีความรุนแรง ทางที่ดี ปรึกษาขอนแก่นการแพทย์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุและอาการที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อจะได้หาวิธีแก้ไขได้อย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของคุณ!

รักษาโรคซึมเศร้า

พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ เพื่อนสนิท บิดา มารดา พี่น้อง ผู้อาวุโส ครูอาจารย์ ทำกิจกรรมที่เรามีความสุข ฟังเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือ ทำงานอดิเรก ออกกำลังกาย 30-45 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ทำกิจกรรมกับเพื่อน คนในครอบครัว มองโลกในแง่ดี ไม่ด่วนตัดสินใจเรื่องสำคัญต่อชีวิตในช่วงนี้ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ตรงเวลา ทานปริมาณที่พอเหมาะ พักผ่อนให้เพียงพอ ต้องไม่อดนอน วางเป้าหมายในการใช้ชีวิต เป็นขั้นตอนอย่างง่ายๆ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

สารพัดวิธีดูแลผู้ป่วยใกล้ตัว    แนวทางในการรักษาของแพทย์ที่ใช้รักษาโรคโรคไฮโปคอนดิเอซีดในปัจจุบันคือ การรักษาแบบจิตบำบัด โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเครียดของผู้ป่วยเป็นหลัก เพื่อให้เขาสามารถปรับตัว ใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีคุณภาพ และเหมาะสม ไม่หมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองจนมากเกินไป   ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องมาพบจิตแพทย์ก็ได้ แต่แค่ให้มีหมอสักคนคือหมอเวชปฏิบัติทั่วไปก็ได้ คอยรับฟังเขาพูดเรื่องความป่วยไข้อย่างน้อยเดือนละครั้ง และคอยปรามเวลาเขาจะขอตรวจพิเศษต่างๆที่ไม่จำเป็น คล้ายกับว่าพยายามใส่ใจในอาการป่วยของเขา อาการของคนไข้ก็จะทรงตัวไม่ป่วยด้วยโรคอื่นๆเพิ่ม    สิ่งสำคัญที่ญาติๆผู้ป่วยควรทำความเข้าใจคือ ต้องพยายามเปลี่ยนทัศนคติ จากความรู้สึกรำคาญมาเป็นสงสารแทน เปลี่ยนจากโทสะมาเป็นเมตตา ต้องคิดอยู่ตลอดว่าเขาป่วย เขาต้องการเรา ดูแลผู้ป่วยโรคคิดไปเองอย่างไรดี ออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าและสดชื่น เช่น รำกระบอง เต้นแอโรบิค เป็นต้น ปลูกต้นไม้ การได้เห็นสีเขียวของต้นไม้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และอารมณ์ดีขึ้น อ่านหนังสือ เช่น หนังสือธรรมะ หนังสือตลก นิยายที่เนื้อหาไม่หนักเกินไปนัก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ได้ความเพลิดเพลินแล้วยังได้ความรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย หาโอกาสไปเที่ยว การได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศในสถานที่ใหม่ๆ สามารถลดความวิตกกังวลที่จากเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวันที่ตกตะกอนอยู่ในใจได้ เช่น ไปทะเล ภูเขา น้ำตก เป็นต้น ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว การพูดคุยปรึกษาหารือ ทานอาหารร่วมกัน ก็สามารถช่วยให้ความตึงเครียด วิตกกังวล และโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่ทุเลาลงได้   …

ปรึกษาโทร        093-6591254