Open/Close Menu
มอบความสุข ปลูกความมั่นใจ คลินิกรักษา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน โรคทางจิตเวช เครียด ปวดหัว นอนไม่หลับ สมองเสื่อม วิตกกังวล ซึมเศร้า สิว ฝ้า กระ หน้าขาวใส ลดน้ำหนัก
2

ความเครียดทำให้ผมร่วงจริงหรือ? รายงานทางการแพทย์หลายฉบับยืนยันตรงกันครับว่าอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงมาจากความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยปกติแล้วผมของเราจะมีวงจรการงอกขึ้นใหม่ และหลุดร่วงไปโดยเฉลี่ยวันละประมาณ 50 เส้น แต่เมื่อเรามีความกังวลจนเกิดเป็นภาวะเครียด เส้นผมของเราอาจหยุดการเจริญเติบโตอย่างกระทันหัน เกิดภาวะเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรืออยู่ในภาวะช็อคจนเส้นผมขาดหลุดร่วงได้ ถ้าใครที่นอนดึก พักผ่อนน้อย ร่างกายอ่อนแอ สุขภาพย่ำแย่ ก็จะกระทบต่อเส้นผมเช่นกัน เมื่อเครียดหรืออดหลับอดนอน ความดันเลือดก็จะขึ้น เส้นเลือดตีบแคบลง ทำให้ออกซิเจนส่งไปเลี้ยงหนังศีรษะน้อยลง อาหารที่ส่งไปเลี้ยงที่เส้นผมก็น้อยลงตามไปด้วยครับ เส้นผมจึงร่วงได้มากช่วงที่เครียดหรือนอนน้อย บางรายที่เป็นมาก อาจเกิดภาวะที่เม็ดเลือดขาวทำปฎิกิริยาบางอย่างกับเซลรากผมของเรา เป็นเรื่องของภูมิคุ้มกันที่อาจบกพร่อง ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง จนทำให้ผมร่วงขาดหรือร่วงอย่างรุนแรง โดยมากมักร่วงเป็นวงกลมเล็ก ๆ และค่อย ๆ ลามไปทั่วจนศีรษะได้ สำหรับใครที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่ ลองหมั่นสังเกตตัวเองกันด้วยนะครับ ถ้าหากเส้นผมไม่ขึ้นมาใหม่ภายใน 6 เดือน หรือวงกลมที่ผมร่วงมีลักษณะเป็นขอบเรียบ และกระจายไปหลายวง ควรรีบปรึกษาแพทย์อย่างเร็วที่สุดเลยครับ เพราะอาจต้องใช้วิธีอื่นเข้ามาช่วยในการหยุดภาวะผมร่วงเป็นหย่อมนี้ไม่ให้กระจายตัว และช่วยเร่งผมใหม่ให้ขึ้นด้วย เวลาผมร่วงผมบางมาก หลายคนมักขาดความมั่นใจ รู้สึกเสียเซิลฟ์ขึ้นมา ไม่ต้องห่วงครับ ให้เราช่วยเป็นที่ปรึกษา อยู่เคียงข้างคุณ เพราะเป้าหมายเราคือ “มอบความสุข ปลูกความมั่นใจ” ให้คุณครับ

bipolar, โรคอารมณ์แปรปรวน

ใช้จ่ายเยอะผิดปกติไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อาจจะเกี่ยวกับอาการทางจิตได้ ถ้าก่อนหน้านี้ใครมองว่าการใช้จ่ายเงินเยอะเป็นเรื่องของความสุขทางใจอย่างเดียว อาจจะต้องคิดใหม่กันเสียแล้ว ในกรณีที่คนในครอบครัวนั้นมีอาการแปลกหรือผิดปกติจากที่เคยเป็นก่อนหน้าที่จะใช้เงินแบบผิดสังเกต ถือว่าเป็นอะไรที่ต้องเอะใจกันบ้าง เพราะนั่นอาจจะเป็นอาการของโรคอารมณ์สองขั้วได้ โรคอารมณ์สองขั้วเป็นอย่างไร? โดยโรคอารมณ์สองขั้ว หรือ (Bipolar Disorder) เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะมีอาการผิดปกติทางด้านอารมณ์จนแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดเจนสองแบบ จึงเรียกว่าโรคอารมณ์สองขั้วคือ เดี๋ยวซึมเศร้า เดี๋ยวร่าเริงจนเกินพอดี ซึ่งพฤติกรรมการใช้เงินแบบเกินตัวจนผิดปกติคือช่วงที่ร่าเริงจนเกินพอดีนั่นเอง โดยไม่จำเป็นว่าพฤติกรรมใดเริ่มก่อน แต่จะสลับกัน ไปจึงต้องใช้การใส่ใจและสังเกตคนในครอบครัว สังเกตอย่างไรบ้าง อย่างเช่นหากมีพฤติกรรมซึมเศร้า ไม่อยากพูดคุยกับใคร น้ำหนักลดผิดปกติ อาจจะลดไวถึงสองสามกิโลกรัมในหนึ่งสัปดาห์ เบื่อหน่าย เก็บตัวเงียบ แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาร่าเริงโดยเป็นการร่าเริงแบบมากเกินความพอดี เดินทักทายคนนั้นคนนี้ไปทั่ว พูดมากผิดปกติ ทำโน่นทำนี่ไม่หยุด นอนน้อยเพราะรีบตื่นมาทำสิ่งต่างๆ มีการใช้จ่ายเงินเกินตัว เลี้ยงคนโน้นคนนี้เป็นช่วงที่จะควักจ่ายเงินเกินปกติ ซึ่งญาติหรือผู้เกี่ยวข้องต้องระวัง หากเป็นผู้สูงอายุอาจจะมีการทำบุญมากจนหมดตัว หากเป็นคนทั่วไปก็อาจจะแสดงออกในรูปแบบจัดงานเลี้ยงโดยไม่มีประโยชน์หรือวาระจำเป็น ซึ่งจะเห็นว่ามากจนเกินกว่าจะเป็นแค่การทำเพื่อความสุขทางใจ มีกิจกรรมเยอะแยะ คิดจะทำอะไรอยู่ในหัวมากมายก่ายกอง หากใครห้ามก็จะไม่พอใจ เสียงดังโวยวาย จนเดินไปสู่อาการก้าวร้าวในที่สุด บางรายอาจจะมีการลงไม้ลงมือ เมื่อมาถึงจุดนี้ญาติอาจจะต้องพาไปพบจิตแพทย์ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอันตรายกับผู้ป่วยได้ การใช้เงินเยอะแบบผิดปกติจึงไม่ใช่สิ่งที่ควรละเลย!   หากคนมีครอบครัวมีพฤติกรรมเหล่านี้ สามารถพาไปพบจิตแพทย์หรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันที ชีวิตคนในครอบครัวสำคัญเกินกว่าจะละเลยได้! และการใส่ใจอย่างจริงใจจะช่วยให้คุณไม่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวอันเป็นที่รักไปก่อนวัยอันควร!

รักษาโรคซึมเศร้า เครียด คิดอยากฆ่าตัวตาย

รู้ก่อนสาย! โรคซึมเศร้าอันตรายกว่าที่คิด หลายคนอาจจะแยกภาวะซึมเศร้ากับโรคเครียดของสมาชิกในครอบครัวไม่ออก และนั่นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดทำร้ายตัวเองการฆ่าตัวตายของผู้ป่วย นอกจากนั้นแล้ว ภาวะซึมเศร้ายังส่งผลอันตรายมากมายที่หลายคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น -เบื่อ เซ็ง วันๆไม่อยากทำอะไร อยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากพบปะผู้คนทั้งๆที่แต่ก่อนเคยไปมาหาสู่กัน -กระทบกับงานที่ทำเพราะคิดอะไรไม่ออก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ด้วยตัวเอง ไม่มีสติ -หมกมุ่นกับความรู้สึกผิด ไร้ค่า รคิดว่าตัวเองไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครรัก -อ่อนเพลีย ละเหี่ยใจ หมดอาลัยตายอยาก -นอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ ฝันประหลาด น่ากลัว -รู้สึกด้อยค่าในตัวเอง คิดว่าตัวเองทำอะไรก็ผิดพลาดไปหมด  เป็นข้อที่อันตรายมาก อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย -ร่างกายได้รับอาหารไม่เต็มที่ เพราะเบื่ออาหาร หรือ กินเยอะบ้าง น้อยบ้าง จนอาจจะส่งผลต่อร่างกาย เกิดอาการโรคกระเพาะ อาการลำไส้อักเสบ -มีปัญหากับความสัมพันธ์กับผู้อื่น  -เก็บตัว ปลีกวิเวกอยากอยู่คนเดียว -บางคนนอนมากเพราะอยากหลีกหนีจากโลกปัจจุบัน บางรายคิดมากจนนอนไม่หลับ -รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะสมที่จะอยู่กับใคร คิดว่าตนเองเป็นภาระคนอื่น และอีกมากมายหลายผลกระทบที่เกิดจากภาวะซึมเศร้า สิ่งสำคัญคือหากพบว่าสมาชิกในบ้านมีอาการแปลกไป ไม่สดใสร่าเริงเหมือนปกติโดยหาสาเหตุไม่ได้ คุณสามารถพามาพบแพทย์ได้ตลอดเวลา เพราะภาวะซึมเศร้าไม่ใช่โรคเครียด ไม่ใช่แค่บอกให้ตั้งสติ ทำสมาธิ หรือไปปฏิบัติธรรมแล้วจะดีขึ้น บางครั้งเกิดจากสารสื่อประสาทในสมองที่ไม่สมดุล…

โรคกลัว คิดไปเอง คิดมาก กังวล

ฉันไม่ได้บ้า ทำไมต้องไปพบจิตแพทย์ มีความเข้าใจผิดสำหรับผู้มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตหลายท่านที่ขัดขวางการรักษาของแพทย์คือการที่คนส่วนใหญ่คิดว่า การไปหาจิตแพทย์ = เป็นบ้า ทำให้หลายคนที่มีปัญหาปฏิเสธการไปพบแพทย์ ด้วยอายสายตา กลัวคำนินทาว่าคนอื่นจะว่าว่าตัวเองบ้า ทำให้ปัญหาที่เป็นอยู่ถูกปล่อยให้เรื้อรังจนลุกลาม จนเป็นปัญหาในครอบครัว และกลายเป็นปัญหาของสังคม ซึ่งเราได้เห็นข่าวผ่านสื่อกันอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่สำคัญคือการปรับทัศนคติ เพราะความจริงแล้ว การที่เราต้องเข้าพบจิตแพทย์นั้นไมได้หมายความว่าเราเป็นบ้า เพียงแต่เราประสบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่เราไม่สามารถหาทางแก้ไขได้ด้วยตนเอง เพราะเกรงว่าอาจจะทำให้ยิ่งลุกลามหรือไม่สามารถแก้ไขได้ โดยอาการที่เราอาจจะจำเป็นต้องไปพบจิตแพทย์นั้น มีตั้งแต่ เครียด นอนไม่หลับ อกหัก วิตกกังวล คิดมาก ปวดศีรษะเรื้อรัง หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว ซึมเศร้า รู้สึกไม่เป็นที่ยอมรับ ไร้ค่า หลงๆลืมๆ ไม่มีสมาธิ สมาธิสั้น ตื่นตกใจง่าย หายใจอึดอัด หายใจไม่อิ่ม ติดสุรา ยาเสพย์ติด และอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข หรือดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งคนที่มีอาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นบ้า หรือเป็นโรคจิตเภทแต่อย่างไร เพราะฉะนั้น! เลิกอาย เลิกเข้าใจผิด แล้วเข้ารับการช่วยเหลือ เพื่อความสุขทั้งของตัวคุณเอง และครอบครัว รวมถึงสังคมรอบข้างอีกด้วย

รักษาโรคเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ ไม่มีความสุข

เชื่อมั้ยว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเครียด หลายคนคิดว่าการหัวเราะหรือการยิ้มเป็นข้อบ่งชี้ถึงการที่พวกเขาปราศจากความเครียด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว หารหัวเราะ การยิ้มและความเครียดนั้น ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกันแต่อย่างไร คุณอาจจะหัวเราะภายนอกได้โดยที่ภายในรู้สึกเครียด! ซึ่งการเช็คดูง่ายๆว่าคุณกำลังเครียดหรือไม่นั้น สามารถดูจากอาการเหล่านี้ ปวดศีรษะไม่ว่าจะเป็นการปวดทั้งสองข้างหรือข้างเดียวก็ตาม หงุดหงิดบ่อยอารมณ์แปรปรวน ใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียหมด หัวเสียบ่อยๆ ปวดเมื่อยร่างกาย เช่น สะบักหลัง ไหล่ ต้นคอ บ่า แขน รวมถึงปวดกล้ามเนื้อตา เป็นต้น นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท นอนไม่เต็มอิ่ม เสมือนมีข้อมูลเคลื่อนในหัวตลอดเวลา หยุดคิดไม่ได้ วิตกกังวล กังวลกับอดีตหรืออนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีสมาธิในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง การขับถ่ายแปรปรวน อาจเกิดจากภาวะเครียดลงกระเพาะ หรือ กรดไหลย้อน ซึมเศร้า เซ๊ง รู้สึกไร้ค่า ไม่มีใครรักใครสนใจ เก็บตัว แยกตัวเองออกจากลุ่ม อยู่คนเดียว เบื่อหน่าย หลบสังคม หลีกปัญหา เอาแต่นอน อาการเหล่านี้เป็นหนึ่งในอาการของความเครียด ซึ่งหากคุณมีอาการเหล่านี้ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อปรึกษาและให้แพทย์วิเคราะห์ว่าเกิดจากความเครียดอันจะนำไปสู่การเป็นโรคเครียดหรือไม่ โดยผู้ที่ต้องการให้ทางขอนแก่นการแพทย์ วินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ สามารถติดต่อขอนแก่นการแพทย์ได้ทั้งทางโทรศัพท์และอิเมล์ตลอดเวลาทำการ

โรคกลัว คิดไปเอง คิดมาก กังวล

ยิ่งกลัวยิ่งเป็นโรคคิดไปเอง เกิดจากการแปลความรู้สึกของร่างกายผิด เมื่อมีความผิดปกติของการทำงานในร่างกายเกิดขึ้น คนไข้กลุ่มนี้มักแปลความหมายของความผิดปกตินั้นร้ายแรงมากกว่าคนทั่วไป รวมไปถึงมีความอดทนต่อความรู้สึกไม่ปกติของร่างกายต่ำกว่าคนปกติ เกิดจากการใช้บทบาทของผู้ป่วย (Sick role) เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาหรือสถานการณ์ที่แก้ไขไม่ได้ ผู้ป่วยจะเรียนรู้ที่จะใช้บทบาทผู้ป่วยเพื่อเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นั้นๆ เกิดจากโรคแทรกซ้อนทางจิตวิทยาอื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า เครียด โรคกังวลไปทั่ว แต่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว จึงแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองออกมาไม่ถูก และคิดว่าตัวเองป่วย เกิดจากความกดดันบางอย่าง เชื่อว่าผู้ป่วยขาดความภูมิใจในตนเอง และรู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับ มีความผิดหวัง จึงใช้กลไกทางจิตชนิดที่เรียกว่าเก็บกด แสดงออกมาเป็นอาการผิดปกติทางกาย เพื่อปกปิดสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ตรวจสุขภาพกาย+ใจใช่หรือไม่โรคคิดไปเอง    อย่างไรก็ตามคนไข้ที่มาพบหมอด้วยอาการในขั้นต้น อาจไม่ได้เป็นโรคไฮโปคอนดิเอซีดทุกคน ซึ่งก่อนที่เราจะสรุปว่าเขาเป็นโรคนี้หรือไม่ เราต้องมีการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุก่อน โดยมีแนวทางวินิจฉัยสองขั้นตอนคือ    วินิจฉัยแยกโรคทางกาย สามารถตรวจได้จากเครื่องมือทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น โรคเอดส์ โรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคผิดปกติทางต่อมไร้ท่อ โรคเอสแอลอี เป็นต้น    “ปกติคนไข้พวกนี้จะยินดีให้ความร่วมมือ เพราะเขาเองชอบมาโรงพยาบาลอยู่แล้ว จนเมื่อตรวจอย่างละเอียดแล้วไม่พบว่าป่วยเป็นโรคอะไร ก็จะนำผู้ป่วยเข้าสู่การตรวจวินิจฉัยทางจิตเวชเป็นลำดับต่อไป”    วินิจฉัยโรคทางจิตเวชอื่นๆ บางทีคนไข้ที่มาหาหมอ อาจเป็นโรคอื่นๆที่ไม่ใช่โรคไฮโปคอนดิเอซีด อาจเป็นโรคซึมเศร้า เครียด วิตกกังวล รวมถึงโรคจิตเภทชนิดอื่นๆ ซึ่งสามารถ รักษาได้โดยการใช้ยา แต่เมื่อตรวจจนแน่ใจแล้วว่า คนไข้ไม่ได้ป่วยด้วยโรคจิตเวชชนิดอื่นๆ อย่างที่กล่าวมา เราจึงวินิจฉัยว่า คนไข้ป่วยเป็นโรคไฮโปคอนดิเอซีด ซึ่งโรคนี้รักษาไม่หาย   …

ปรึกษาโทร        093-6591254